Share: แบ่งปัน
ข้อมูลทั่วไปอำเภอเชียงดาว

อำเภอเชียงดาว



 แผนที่

        



 ทำเลที่ตั้ง

       อำเภอเชียงดาวตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ภูมิประเทศ ปกคลุมไปด้วยภูเขาสูง มีอาณาเขตติดต่อ กับอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

- ทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐ ฉาน (ประเทศพม่า) และอำเภอไชยปราการ

- ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอไชยปราการและอำเภอพร้าว

- ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอแม่แตง

- ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปาย (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) และอำเภอเวียงแหง

 การคมนาคม

        ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ชม.-ฮอด  ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 103 ลำพูน-สันป่าตอง และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 บ้านกาด-สันป่าตอง

 การใช้ประปาและการใช้ไฟฟ้า

        จำนวน ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปา 11,500 ครัวเรือน จำนวนครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 17,900 ครัวเรือน

 ลักษณะการปกครอง

       อำเภอเชียงดาวแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 7 ตำบล 91 หมู่บ้าน ได้แก่ เชียงดาว 16 หมู่บ้าน เมืองคอง 6 หมู่บ้าน เมืองนะ 24 หมู่บ้าน ปิงโค้ง 14 หมู่บ้าน เมืองงาย 11 หมู่บ้าน ทุ่งข้าว พวง 7 หมู่บ้าน และแม่นะ 13 หมู่บ้าน ท้องที่อำเภอเชียงดาวประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 แห่ง ได้แก่

- เทศบาลตำบลเชียงดาว ครอบคลุมพื้นที่ บางส่วนของตำบลเชียงดาว

- เทศบาลตำบลเมืองงาย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลเมืองงาย

- เทศบาลตำบลเมืองนะ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองนะทั้งตำบล

- เทศบาลตำบลพระธาตุปู่ก่ำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองงาย (นอกเขตเทศบาลตำบลเมืองงาย)

- เทศบาลตำบลปิงโค้ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปิงโค้งทั้งตำบล

- เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งข้าวพวงทั้งตำบล

- องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงดาว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเชียงดาว (นอกเขตเทศบาลตำบลเชียงดาว)

- องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นะ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่นะทั้งตำบล

- องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองคอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองคองทั้งตำบล

 

 ข้อมูลด้านประชากร

         จำนวนประชากรในพื้นที่อำเภอเชียงดาวมีจำนวน 81,594 คน แบ่งเป็นชาย 41,226 คนและหญิง 40,368 คน 

 ภูมิอากาศ

         3 ฤดู ฤดูฝน (มิ.ย.-ก.ย.) ฤดูหนาว (ต.ค.-ก.พ.) ฤดูร้อน (มี.ค.-พ.ค.) อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 27 องศา

 

 

 พื้นที่ใช้สอย

         พื้นที่รวม 1,176,301 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ป่าไม้ 547,356 ไร่ พื้นที่เกษตร 128,706 ไร่ และ พื้นที่ที่อยู่อาศัยและสาธารณะประโยชน์ 500,239 ไร่

 ประวัติ ศาสตร์

        ประวัติของอำเภอเชียงดาว  หรือเมืองเชียงดาว   ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนในประวัติศาสตร์ว่าสร้างมาในยุคใด สมัยใด มีเพียงตามที่ได้กล่าวพาดพิงไว้ในพงศาวดารโยนก ว่าเป็นเมืองที่พระเจ้าเม็งรายมหาวีรกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาไทย      ซึ่งเสวยราชสมบัติในนครเชียงใหม่  ได้ยกเมืองเชียงดาวให้เป็นบำเหน็จความชอบในราชการสงครามแก่เจ้าไชยสงคราม ราชโอรสองค์ที่ 2 เมื่อประมาณ  600  ปีเศษมาแล้วว่า พระเจ้าเม็งรายทราบข่าวจากคนสอดแนมที่สอดแนมเมืองหริภุญชัยว่า  พญาเบิกยกทัพจากเขลางค์นครเพื่อตีเมืองหริภุญชัย และเมืองกุมกาม พระเจ้าเม็งรายจึงรับสั่งให้มีการสมโภชพระราชโอรส  7  วัน   และสถาปนาเป็นเจ้าไชยสงคราม     พระราชทานเครื่องอุปโภค บริโภค  อย่างมหาอุปราชให้ไปครองเมืองเชียงราย   และยกเมืองเชียงดาวให้เป็นบำเหน็จอีกเมืองหนึ่ง    และ “ เจ้าไชยสงครามกับขุนเมืองทั้งหลายต่างทูลเจ้าพระยาเม็งรายกลับคืนไปรักษาเมืองแห่งตน     ครั้นเจ้าไชยสงครามกลับไปถึงเมืองเชียงรายแล้ว   จึงแต่งขุนช่างทั้งหลายมาแผ้วถางเมืองเชียงดาว สร้างคุ้มวังที่ประทับพร้อมด้วย โรงพล  โรงช้าง โรงม้า ฉางข้าว ฉางเหลือบริบูรณ์ทุกอัน ครั้งรุ่งปีก็เสด็จมาประทับอยู่เมืองเชียงดาว  ตั้งแต่เดือนห้าจนถึงเดือนแปด จึงกลับไปเมืองเชียงรายเสมอทุกปี ยามเองเจ้าไชยสงครามมาพักในเมืองเชียงดาวคราวใด ก็เสด็จไปเฝ้าพระราชบิดายังนครพิงค์เชียงใหม่ ปีละครั้งทุกปี ” 

          ในระยะตั้งแต่เดือน 9 ถึงเดือน 4 เจ้าไชยสงครามไปพักอยู่เมืองเชียงราย   ทางเมืองเชียงดาว ก็ได้มอบให้ภรรยาคนหนึ่งอยู่ควบคุมดูแลแทน ซึ่งในเวลาต่อมา ภรรยาผู้นี้ของพระเจ้าไชยสงครามได้มีเรื่องกับขุนเครื่องราชโอรสองค์ที่ 3 ของเจ้าพระยาเม็งราย    เจ้าพระยา เม็งรายจึงเนรเทศไปไว้ที่แคว้นไทยใหญ่    ส่วนทางด้านพวกชาวไทยใหญ่ก็สร้างเมืองถวายประทับเรียกว่า "เมืองนาย" 

          พงศาวดารกล่าวถึง เมืองเชียงดาวอีกว่า ในสมัยพระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์พม่ายกกองทัพเข้ามาตั้งอยู่ใน  เชียงดาว รอพบทูตจากพระเจ้ามกุฎกษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ ที่ส่งไปเจรจาความเมืองกัน ซึ่งผลสุดท้ายพม่าก็เข้าปกครองอาณาจักรล้านนาไทย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2109 และจากนั้นก็กล่าวถึงเมืองเชียงดาวอีกในคราวที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้กรีฑาทัพมาชุมนุมพลที่เมืองเชียงใหม่แล้วเดินทัพจากเมืองเชียงใหม่เข้าตีเมืองอังวะ ก่อนออกจากราชอาณาเขตได้ทรงยั้งทัพที่บ้านเมืองงาย อำเภอเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่    เพื่อแบ่งทัพออกเป็น  2  ทัพ คือ ทัพหลวงทรงคุมพลด้วยองค์เอง  ออกไปตั้งที่เมืองหางแล้วทรงเสด็จสวรรคตที่เมืองหาง      อีกทัพทรงโปรดเกล้าให้สมเด็จพระเจ้าเอกาทศรถคุมทัพไปทางเมืองฝางเข้าสู่เขตไทยใหญ่ 

           ในพงศาวดารกล่าวถึงเมืองเชียงดาวเป็ การนครั้งราวแต่ระยะเวลาห่างกันมาก ในช่วงระยะเวลาที่ห่างกันมาก ๆ     นี้ทำให้เราไม่สามารถทราบได้ว่ามีใครมาเป็นเจ้าเมืองเชียงดาวบ้างต่อจากเจ้าไชยสงคราม    แต่ในตำนานถ้ำหลวงเชียงดาวกล่าวว่า ผู้ครองเมืองเชียงดาวมีนามว่า อนันทราชา    เป็นผู้มีความเคารพเลื่อมใสถ้ำหลวงอันศักดิ์สิทธิ์เป็นคนแรก แต่ไม่ได้ก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์ใด ๆ ไว้จึงทำให้ไม่มีหลักฐานว่า      อนันทราชาผู้นี้ครองเมืองเชียงดาว ในปี พ.ศ. ใด 

          จากเรื่องราวที่พอจะสืบค้นได้นี้เราพอสรุปได้ว่า เมืองเชียงดาวเป็นเมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่ง   มีอายุอย่างน้อยที่สุด    ประมาณ 706 ปี นับถึง พ.ศ. 2546 นี้ และในช่วงเวลาดังกล่าวนับร้อย ๆ ปีนี้ เมืองเชียงดาวก็คงประสบภัยสงคราม ทำให้เป็นเมืองร้างไปหลายครั้งและอาจก่อตั้งขึ้นมาอีกเป็นหลายครั้ง   เหมือนกับเมืองเชียงใหม่   และหัวเมืองอื่น  ๆ   จนกระทั่งประมาณ 100 ปี มานี้เอง ซึ่งตรงกับราชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในสมัยนั้นเป็นสมัยปฏิรูปการปกครองหัวเมืองทั้งฝ่ายเหนือ  ฝ่ายใต้   โดยทรงจัดให้มีการปกครองในหัวเมืองรอบนอกแบบมณฑลเทศาภิบาล ซึ่งประมาณ พ.ศ.  2442  –  2476 ส่วนกลางมีแบบการปกครองตามอย่างอารยะประเทศ   คือตั้งเป็นกระทรวงกลาโหม    โดยเลิกล้มสมุหนายก สมุหกลาโหมเสีย หัวเมืองรอบนอกหลาย ๆ   เมืองจัดตั้งเป็นมณฑล    เมืองเชียงใหม่อยู่ในมณฑลพายัพ แต่ตำแหน่งเข้าเมืองโดยสืบตระกูลกันมา แต่เจ้าผู้ครองนครแต่เดิมนั้นยังมีอยู่ แต่ถูกลดอำนาจบทบาทการปกครองไป โดยทางรัฐบาลกลางส่งข้าหลวงประจำเมืองมาดูแลปกครอง มีข้าราชการตำแหน่งต่าง ๆ มาเป็นผู้ช่วยข้าหลวง ซึ่งเรียกว่า คณะกรรมการการเมืองและได้รับพระราชทานเงินเดือนจากป่าไม้ การค้าขายก็งดไป แต่มีการเก็บภาษีส่งกระทรวงที่กรุงเทพฯ และรัฐบาลก็จัดให้มีเงินเดือน เช่น ข้าราชการแทน “ ครั้นต่อมาจนสมัยรัชกาลที่ 7 ตั้งแต่ พ.ศ. 2469 เป็นต้นมาตำแหน่งเจ้าเมืองใดว่างลงก็ไม่ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งอีกเจ้าเมืองใดยังมีชีวิตอยู่ก็โปรดพระราชทานเงินเดือนเลี้ยงชีพต่อไป ” 

ครั้นหลัง ปี พ.ศ. 2475   ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการปฏิรูปการปกครอง     หัวเมืองขึ้นโดยมีเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตย  การจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลก็เลิกไป แต่จัดให้มีการบริหารราชการส่วนภูมิภาคแบ่งเป็น จังหวัด อำเภอ ตำแหน่งผู้ปกครองอำเภอแต่เดิมเป็นตำแหน่งนายแขวง ก็เปลี่ยนมาเป็นตำแหน่งนายอำเภอ เมืองเชียงดาวอยู่ในมณฑลพายัพนายแขวงของอำเภอเชียงดาวซึ่งเป็นนายอำเภอคนแรกในปี   พ.ศ. 2452 ก็คือ เจ้าราชบุตร ณ เชียงใหม่ (คือบุตรคนโตของเจ้าเมืองเชียงดาวคนก่อน ไม่ใช่เจ้าราชบุตรเมืองเชียงใหม่)ในสมัยที่เมืองต่าง ๆ มีเจ้าเมืองปกครอง บุตรชายคนโตมักได้ตำแหน่งเจ้าราชบุตร นอกนั้นจะมีตำแหน่งเจ้าราชวงศ์ , เจ้าราชสัมพันธ์ , เจ้าภาคิไนย ถ้าเป็นเมืองใหญ่     อันเป็นราชธานีของอาณาจักร ซึ่งพระยามหากษัตริย์ปกครองนั้น ผู้จะสืบต่อราชสมบัติมักจะได้เป็นเจ้าอุปราช เมืองเชียงดาวตั้งอยู่ที่ใด ยังไม่มีใครกล้ายืนยันได้ว่า บริเวณเมืองเก่าเชียงดาวตั้งอยู่ที่ใด เพราะไม่มีใครสนใจศึกษาค้นคว้ามาก่อนทั้งนี้เพราะเมืองเชียงดาวเป็นหัวเมืองเล็กขึ้นต่อเมืองเชียงใหม่ ไม่ใช่เป็นเมืองราชธานีแห่งแคว้นอย่างไรก็ตาม มีซากเมืองเก่าอยู่แห่งหนึ่งในท้องที่ตำบลเชียงดาวปัจจุบัน นั่นคือ บริเวณที่เรียกว่า    คือสองชั้น (คูสองชั้น) อยู่ทางทิศตะวันตกของถนนโชตนา สายฝาง-เชียงใหม่ ติดกับหมู่บ้านดงเทวีปัจจุบันนี้ พื้นที่ซากเวียงเก่านี้  ชาวบ้านก่อน ๆ เรียกกันว่า เวียงฮ่อ ความจริงแล้วในอาณาจักรคนไทยย่อมไม่มีชนชาติอื่นใดมาตั้งบ้านเมืองเป็นอิสระเอกเทศได้ และอีกประการหนึ่ง เวียงเก่าที่  เรียกว่า เวียงฮ่อ มีอยู่หลายที่เช่นที่อำเภอแม่อาย และในท้องที่จังหวัดเชียงราย และถ้าชื่อเวียงฮ่อ    นี้เป็นชื่อที่ถูกต้อง ก็ต้องเป็นชื่อเรียกตามเหตุการณ์เกิดสงคราม เช่นเดียวกับคำว่า   เวียงสุทโธ    ในท้องที่อำเภอฝาง คือ ค่ายพักทหารพม่า คราวพระเจ้าสุทโธธรรมราชา  กษัตริย์พม่ายกทัพมาตีเมืองฝาง และเมืองเชียงใหม่ประมาณปี   พ.ศ.  2175 เนินที่ตั้งหน่วยงานทัพพม่านั้นผู้คนเลยเรียก เวียงสุทโธ มาจนทุกวันนี้   ความจริงแล้วไม่มีลักษณะเป็นซากเวียงเก่าเลย   ไม่มีคูเหมือนกับซากเวียงเก่า หมู่บ้านดงเทวีเลย ตรงกันข้ามซากเวียงเก่าหมู่บ้านดงเทวีนี้  เป็นลักษณะของตัวเวียงหรือเมืองเก่าจริง ๆ เพราะมีคูเมืองแบบเมืองเชียงใหม่  ดังนั้น ตรงบริเวณนี้น่าจะเป็นเมืองเชียงดาวเก่ามากกว่า ที่หมู่บ้านดงเทวี มีวัดร้างที่ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ที่ชื่อ   “ วัดใจ(ดงเทวี) ” เป็นวัดเก่าแก่โบราณก้อนอิฐที่ใช้ก่อกำแพงวัดโต และหนามากแข็งแกร่งกว่าอิฐดินเผาในปัจจุบัน ซากเจดีย์มีลักษณะเป็นพูนดินทรงกลม  โดยเฉพาะปล้องไฉนยอดเจดีย์ที่หักลงมามีลวดลายปูนปั้นพอเห็นได้เป็นกลีบบัว มีลักษณะคล้ายเจดีย์ร้างหลายแห่งที่มีอายุประมาณ 600 – 700 ปี  แต่วัดร้างนี้อยู่นอกคูเมืองออกมา เหตุใดผู้บูรณปฏิสังขรจึงให้ชื่อ  “ วัดใจ (ดงเทวี) ” เข้าใจว่าท่านผู้นี้ต้องมีความรู้ในเรื่องเมืองเชียงดาวเก่าพอสมควร ถ้าหากว่าเป็นการตั้งชื่อโดยอาศัยชื่อพระยาไชยสงครามผู้มาปกครองเมืองเชียงดาว    ดังกล่าวแล้ว ก็น่าจะเขียน “ วัดไชย ” ไม่ใช่ “ วัดใจ ” จึงจะถูกต้องและเป็นการถวายพระเกียรติแก่พระยาไชยสงคราม  หรือมิฉะนั้นอาจด้วยเหตุผลอันที่ถูกต้องกว่าการสันนิษฐานนี้ 

ลักษณะเวียงสองชั้น(คูน้ำสองชั้น) แห่งนี้มีลักษณะพื้นที่ราบกว้างขวางประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร ถ้าเรายืนอยู่ในเวียงเก่านี้จะมองเห็นดอยหลวงสูงเด่นตระหง่านชัดเจน ด้านหลังเวียงถ้ามองด้านตะวันออกจะเห็นพื้นที่ลาดเอียงลงไปกว้างขวาง และวัดเก่าที่เรียวกว่าวัดใจ(ดงเทวี) ที่ตั้งอยู่นอกเมือง  มีกำแพงเมืองลักษณะคันดินพูนขึ้นสูงเป็นสองชั้นรอบตัวเมือง โดยคันดินที่เป็นกำแพงชั้นในสูงกว่าชั้นนอก คูระหว่างกำแพงลึกกว่าคูที่ตั้งอยู่หน้ากำแพง มูลดินชั้นนอก แต่เท่าที่ได้ไปเดินดูโดยไม่ละเอียดนักเป็นกำแพงมูลดินสูงขึ้น ไม่มีซากอิฐผสม จึงเป็นลักษณะตัวเมืองเก่าแก่โบราณที่เป็นเมืองเล็กไม่ใช่เมืองใหญ่ตัวเมืองลักษณะสี่เหลี่ยม แต่แปลกที่ไม่มีประตูเมืองทางคนเดิน เข้าออกตัวเมืองเก่า ในปัจจุบันนี้เป็นทางที่ชาวบ้านเข้าไปบุกเบิกทำไร่ ทำสวน โดยขุดเจาะกำแพงดินเข้าไปเองในไม่กี่ปีนี้ อย่างไรก็ตามกำแพงดินสองชั้นนี้ มีที่เจ้าออกตรงมุมเมือง และมีลักษณะเป็นกำแพงดินยื่นทำเป็นปีกกาขยายออกมา  

จากการได้พบเศษวัตถุโบราณ  เช่น  พระเครื่องดินเผา   มีลักษณะเนื้อดินหยาบแกร่ง ไม่ละเอียดเหมือนสกุลลำพูน  แต่ลักษณะหยาบแกร่งคล้ายพระกรุวัดดอยคำเชียงใหม่ จากการพบเห็นแจกันและคนโทดินเผาเนื้อดินเคลือบหยาบ พออนุมานได้ว่าเป็นยุคเชียงใหม่ โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่พบที่บ้านโป่งอาง เป็นศิลปเชียงใหม่ ศิลปสุโขทัย   จึงทำให้มั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุดเมืองเก่าต่าง ๆ ในอำเภอเชียงดาวต้องเป็นเมืองสร้างขึ้นในสมัย 600 – 700 ปี เพราะสมัยนั้นพระเจ้าเม็งรายตีหัวเมืองต่าง ๆ ในพม่า  และไทยใหญ่ มาเป็นเมืองขึ้นมากมายหลายเมือง เข้าใจว่าพระองค์คงจะสร้างเมืองต่าง ๆ  ตามชายแดนแคว้นลานนาไว้เพื่อป้องกันข้าศึกต่างชาติมากกว่า และอีกประการหนึ่งเป็นการสร้างแปงเมืองให้ผู้คนขยับขยายกันเข้าอยู่อาศัยให้เป็นอาณาจักรใหญ่ขึ้น   ซึ่งพงศาวดารกล่าวถึงเมืองคองและเมืองเชียงดาวไว้ในสมัยพระเจ้าแสนภู พระราชโอรสเจ้าพระยาไชยสงครามว่า  เมืองคองขึ่นกับแคว้นเมือง เชียงแสน ซึ่งในขณะนั้นเมืองเล็กเมืองน้อยขึ้นกับเมืองเชียงแสนถึง  65  หัวเมือง  รวมทั้งเมืองเชียงดาวด้วย 

ที่ตั้งของเวียงเก่าที่ชาวบ้านเรียกกันว่า คูสองชั้น เป็นตัวเวียงตั้งบนที่ราบ  และสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ ๆ เมื่อยืนอยู่ในตัวเวียงเก่านี้ สามารถมองเห็นที่ราบลุ่มโดยรอบได้ถนัด เป็นชัยภูมิที่ดีมากในการตั้งเมืองทางด้านหน้าห่างจากกำแพงเมืองภายในออกไปประมาณ 1 กม. จะมีวัดเก่าสร้างไว้กว้างขวางมาก ได้ไปเดินดูแนวกำแพงวัดยาวเหยียด    บริเวณวัดกินเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ   สอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นได้ความว่าเป็นวัดร้างเก่าแก่ และกว้างขวางมาก  ก่อน ๆ   มาไม่มีใครกล้าทำอะไร  เช่น  ทำไร่  ทำสวน   แต่เดี๋ยวนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เป็นสำนักปฏิบัติวิปัสสนา กัมมัฎฐานฝ่ายธรรมยุตินิกาย  บริเวณในตัวเวียงเก่า มีผู้คนจับจองทำไร่ทำสวนกันหมดแล้ว กำแพงถูกเจาะขุดเอาดินไปขายหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม น่าจะรักษาแนวกำแพงไว้ให้ดีเพื่อเป็นหลักฐาน ที่จะศึกษาค้นคว้าและเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ต่อไป 



วันที่เพิ่ม  9/12/2554 17:53:41
เพิ่มความเห็น : TIS-C :ข้อมูลทั่วไปอำเภอเชียงดาว
 
   
 
สินค้าเกษตร กลุ่มประเทศ AEC ข่าวเศรษฐกิจ
สินค้าหัตถกรรม ธุรกิจบริการสุขภาพ กิจกรรมเชียงใหม่
การค้าการลงทุน การท่องเที่ยว ติดต่อเรา
กลุ่มประเทศ GMS อุตสาหกรรม Site Map
  Copyright © 2011 tisccm.moc.go.th All rights reserved.
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่
ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ชั้น 2 ถ .โชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง
จ.เชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์:0-5311-2668-9 โทรสาร:0-5311-2670 สายด่วน 1203